Tommy Emmanuel
บัตรเริ่มจำหน่ายวันนี้ 10.00 น

Tommy Emmanuel Live in Bangkok
& Overdrive Acoustic Guitar Contest no.1
9 September 2017
Himmapan Avatar Theatre, Show DC

บัตรราคา
2300 / 2000 /1700 /1400 บาท�
Meet&Greet +2500 บาท
20 ที่เท่านั้น ซื้อได้ที่ PMG เท่านั้น
PMG
โทร PMG 02-2030423-5
www.prartmusic.com
Line: @prart
click here : http://bit.do/tommyEmmanuel2017


“The Amazing Tommy emmanuel & Thailand’s Best Acoustic Guitarists”
คอนเสิร์ตจากยอดนัก Acoustic Guitarists ของโลกที่ไม่เคยมีมาก่อน ในวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2560
ณ โรงละคร หิมพานต์ อวาทาร์ Show Dc โรงละคร ที่มีระบบ ภาพ เสียง และ แสง ที่ดีที่สุด ณ วันนี้ ของประเทศไทย
พร้อมการค้นหนยอดนัก Acoustic Guitarists ของประเทศไทย ก่อน Concert ในชื่อ Overdrive Acoustic Guitar Contest no. 1

Biography:
Tommy Emmanuel (ทอมมี่ เอ็มแมนวลเอล) มือกีตาร์ซึ่งเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy มาแล้วสองครั้ง
เป็นหนึ่งในนักดนตรีชาวออสเตรเลียที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด โดย Tommy ซึ่งเล่นดนตรีอาชีพมากว่าห้าทศวรรษนั้นมีแฟนเพลง
ที่ติดตามผลงานอย่างเหนียวแน่นทั่วโลกหลายแสนคน

พรสวรรค์และชีวิตของ Tommy Emmanuel นั้นถือเป็นเรื่องเล่าที่คุ้นเคยกันดีในประเทศออสเตรเลีย โดย Tommy ซึ่งเกิดในครอบครัวดนตรีนั้น
ได้รับกีตาร์ตัวแรกตอนอายุ 4 ขวบ และได้กับการฝึกสอนจากแม่ของเขา เขาเรียนรู้การเล่นกีตาร์อย่างรวดเร็วโดยใช้หูฟัง
และเขาไม่เคยอ่านโน้ตดนตรีเลย Tommy ทำงานเป็นนักดนตรีอาชีพตอนอายุ 6 ขวบกับวงดนตรีของครอบครัว
(ซึ่งมีหลากหลายชื่อไม่ว่าจะเป็น The Emmanuel Quartet, The Midget Surfaries และ The Trailblazers)
ซึ่งตอนที่เขาอายุ 10 ปี เขาก็ได้เดินสายเล่นทั่วประเทศออสเตรเลียแล้ว

ในช่วงยุค 70 Tommy Emmanuel เป็นนักดนตรีที่เป็นต้องการตัวอย่างสูง ทั้งในฐานะนักดนตรีห้องอัดและสมาชิกวง เขาได้เล่นในงานของ
Air Supply, Men at Work และศิลปิน วงดนตรีชื่อดังอีกมากมาย รวมไปถึงเพลงและจิงเกิ้ลโฆษณานับพันชิ้น
งานส่วนหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับเขามากที่สุดก็คือ เพลงซิงเกิ้ลยอดนิยมของ Air Supply อย่าง “Lost in Love” “All Out of Love”
“Every Woman in the World” และ “Now and Forever” ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน Tommy ก็กลายเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในมือกีตาร์รุ่นใหม่
ที่มีฝีมือเยี่ยมที่สุดในประเทศออสเตรเลีย เขาได้ร่วมวง Dragon ในปี 1985 ซึ่งทางวงถือเป็นหนึ่งในวงร็อคสัญชาติออสเตรเลีย
ที่โด่งดังมากที่สุดในทศวรรษนั้น และ Tommy ได้ร่วมอัดเสียงในงานชุด Dreams of Ordinary Men อัลบั้มที่ทำยอดขายระดับแพลททินั้มของทางวง
แต่สิ่งที่ทำให้ Tommy เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ก็คือ อาชีพศิลปินเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จของเขา

ในที่สุด Tommy Emmanuel ก็ได้พบและเล่นกับ Chet Atkins (เช็ท แอ็ทกิ้นส์) ฮีโร่ของเขาที่เมือง Nashville รัฐ Tennessee ในช่วงยุค 80 และ
นับตั้งแต่วินาทีสุดมหัศจรรย์นั้น Atkins ก็ให้การช่วยเหลือ Tommy มาโดยตลอด เราจะเห็นอิทธิพลของ Chet ในทุกแง่มุมดนตรีของ Tommy
ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาส่วนตัว ความแม่นยำด้านเทคนิคการเล่น การอิมโพรไวส์แบบเชี่ยวชาญ และแนวดนตรีหลากหลายแนวในระดับที่ไม่ธรรมดา
(ดนตรีที่ Tommy เล่นไม่ได้มีแค่ country และ bluegrass เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง pop, jazz, blues, gospel หรือแม้แต่ classic, flamenco
และดนตรีแนว Aborigine) Tommy พูดถึง Chet ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของตัวเขาด้วยความรักและชื่นชมแบบลูกชาย และความฝันที่จะได้อัดเสียง
กับ Chet Atkins ของเขาก็เป็นจริงในปี 1996 โดยทั้งสองได้ร่วมกันอัดเสียงงานชุด The Day The Finger Pickers Took Over The World
ซึ่งทำให้ Tommy ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy เป็นครั้งแรก

Chet Atkins ให้เกียรติ Tommy ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานดนตรีกับกีตาร์ ด้วยการเรียกเขาว่าเป็น “มือกีตาร์ตัวจริง” (“Certified Guitar Player”)
โดยหลังจากที่ Tommy ได้เล่นกับ Phil (พี่น้องของเขา) อย่างน่าทึ่งที่งานพิธีปิดกีฬาโอลิมปิคในกรุงซิดนีย์แล้ว
โลกก็ต้องการที่จะรู้ว่าสิงห์กีตาร์มือฉมังชาวออสเตรเลียคนนี้คือใคร Tommy ออกงานเดี่ยวกีตาร์โปร่งชุดแรกในชื่อ ONLY และชื่อเสียง
ความนิยมในตัวเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากตารางเดินสายแบบต่อเนื่องและความสนใจของสื่อที่เพิ่มขึ้น

อัลบั้มชุด The Mystery ทำให้ Tommy Emmanuel ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy อีกครั้ง และนิตยสาร Guitar Player Magazine
กับ Acoustic Guitar Magazine ก็ได้ประกาศให้เขาเป็นมือกีตาร์อคูสติคยอดเยี่ยม (Best Acoustic Guitarist) และ Gold Medalist
ใน Reader’c Choice กับ Players’ Choice Awards ในปี 2008 ส่วน Readers Choice award ของนิตยสาร Guitar Player
ก็ได้ประกาศให้เขาเป็น Best Acoustic Guitarist เป็นครั้งที่สองในปี 2010!

ผลงานทั้งหมดของ Tommy Emmanuel นั้น มีมากกว่า 20 ชุด ไม่ว่าจะเป็นงานเดี่ยว งานเล่นคู่ งานรูปแบบวง งานเพลงคัฟเวอร์ งานเพลงที่แต่งขึ้นใหม่
โดยเขาเล่นทั้งกีตาร์ไฟฟ้าและกีตาร์อคูสติค เขามีดีวีดีแสดงสด 6 ชุด ดีวีดีและซีดีสอนอีก 6 ชุด และตัว Tommy เองก็จะสอน master class
ในระหว่างช่วงที่เดินสายอยู่เป็นประจำ

ผลงานเพลงแต่งใหม่ชุดล่าสุดของ Tommy Emmanuel ก็คือ “Little By Little” อัลบั้มแผ่นคู่ แต่อัลบั้มชุดที่ออกมาล่าสุดของเจ้าตัวก็คือ
“The Colonel and the Governor” อัลบั้มคู่สำเนียง jazz ที่อัดพร้อมกับ Martin Taylor มือกีตาร์ซึ่งมีพรสวรรค์ในระดับเดียวกัน

การแสดงสดให้กับแฟนเพลงคือสิ่งที่สำคัญสูงสุดของ Tommy เขาได้แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกนี้ด้วยการเล่นคอนเสิร์ทมากกว่า 300 ครั้งต่อปี
ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา! มือกีตาร์ทุกๆคนเข้ามาดูโชว์ของ Tommy เพื่อดูเขาแสดงเวทย์มนตร์ ซึ่งไม่ได้มีเสน่ห์แต่แค่กับนักดนตรีเท่านั้น
การแสดงของเขานั้นมีทั้งอารมณ์ขัน การนำเสนอ จิตวิญญาณ และความสุขที่ส่งมอบให้แก่ผู้ชม

สิ่งที่ Tommy Emmanuel สื่อสารออกมาก็คือ ความรักที่มีต่อดนตรีอย่างเต็มเปี่ยม และความยินดีจากตัวเขาที่จะได้แบ่งปันความรักนี้ให้กับโลก
ซึ่งก็หมายถึงผู้ชมที่เข้ามาชมในแต่ละครั้ง

“ทอมมี่ เอมมานูเอล” ได้รับรางวัลจากหลายสถาบันทั่วโลกและยังเคยถูกเสนอเข้าชิงรางวัลต่างๆรวมทั้ง “Grammy Awards”
ซึ่งถือว่าเป็น “รางวัลสูงสุดของสถาบันดนตรีโลก”ถึงสองครั้ง

- ทอมมี่ เอมมานูเอล ได้มีโอกาสแสดงในพิธีปิดกีฬา โอลิมปิคเกมส์ ที่ซิดนีย์ ในปี 2543 โดยมีการประเมิณการว่ามีคนรับชม
ไม่ต่ำกว่า 2.85 พันล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก

- ในปี 2553 รัฐบาลออสเตรเลียมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Member of the Order of Australia (AM) ให้กับทอมมี่เพื่อเป็นเกียรติ
แก่ความสำเร็จอันโดดเด่นและคุโณปการที่เขาได้สร้างให้กับอุตสาหกรรมดนตรีของออสเตรลีย

- ในปี 2556 ทอมมี่ เอมมานูเอล ได้มีโอกาสอัญเชิญบทเพลง “ยามเย็น” บทเพลงพระราชนิพนธ์ของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำมาเรียบเรียงและบรรเลงในแบบของเขา มีผู้เข้าชมถึง 250,000 ครั้งด้วยกัน

- ปี 2560 นิตรสาร Guitar Player ขึ้นปก “Tommy Emmanuel” และ ยกย่องเขาว่า
“The Amazing Tommy Emmanuel & Thailand’s Best Acoustic Player”