Share

"Acoustic Guitar Setup" การปรับแต่งระยะความสูง (Action) ของสาย-เฟรต
by 108s Acoustic:
คุยเฟื่องเรื่องอะคูสติก เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกีต้าร์ และส่วนประกอบกีต้าร์, อูคูเลเล่(Ukulele) ฯลฯ


 

การปรับแต่งระยะความสูง (Action) ของสาย-เฟรต
 

Acoustic Guitar Setup?
การปรับแต่งระยะความสูงของสาย-เฟรต


คุณเคยมีข้อสงสัยไหมว่า ทำไม? กีต้าร์ที่วางขายอยู่ จึงมีระยะความสูงของสายกับเฟร็ต (Action) ไม่เท่ากัน บางยี่ห้อ บางรุ่น
ก็ทำ Action มาสูงลิบลิ่ว แล้วทำไมผู้ผลิตหรือช่าง ไม่ทำ Action มาให้พอดี? คำตอบคือ ไมมีใครทำ Action ใด Action หนึ่ง
ได้ถูกใจทุกๆ คน บางคนชอบสูงหน่อย บางคนชอบต่ำๆ บางคนชอบกลางๆ ซึ่ง...ทั้งหมดที่ว่ามา จะมีคำตอบผ่านกระบวนการที่เรียกว่า
การ "Set Up"

เราขอเสนอชื่อตอนนี้ว่า "Acoustic guitar setup" มาดูกันว่า เราจะกระจ่างในข้อสงสัยข้างต้นนี้ได้อย่างไร?

ขั้นตอนของการ Set Up กีต้าร์(ข้างต้น) คือการตั้งคอกีต้าร์ "ด้วยวิธีการหมุน truss rod" และการปรับแต่งความสูงของ saddle
"ด้วยวิธีการขัดหรือฝน saddle"

ตั้งคอกีต้าร์ "ด้วยวิธีการหมุน truss rod" การตั้งคอ วิธีการตั้งคอให้ตรงนั้น เราต้องทำการขันคอ หรือเรียกว่าการตั้ง/ปรับ Truss Rod
ฝรั่งเรียก "How to adjust the Truss rod" ก่อนอื่นมาดูตำแหน่งของ truss rod กันก่อน
ภาพประกอบ (1)
การวางตำแหน่งของการขัน Truss Rod ไว้ด้านท้ายของคอกีต้าร์
 
ภาพประกอบ (2)
การวางตำแหน่งของการขัน Truss Rod ไว้ด้านปลายของคอกีต้าร์
สำหรับ Acoustic Guitar โดยส่วนใหญ่จะวางตำแหน่งของการขันหรือปรับ Truss rod ไว้ตรงด้านท้าย (ภาพประกอบ 1 ซ้ายมือบน)

 
ก่อนที่จะทำการหมุน Truss rod เราต้องตรวจวัดความสูง
ณ ปัจจุบันกันก่อน โดยให้วัดจาก "สาย 6 ในตำแหน่ง Fret 12"

ระยะความสูงที่นิยมใช้กัน เพื่อใช้อ้างอิง
สาย 1 = ประมาณระหว่าง 2.00-3.00 mm
สาย 6 = ประมาณระหว่าง 2.50-2.80 mm

ซึ่งโดยส่วนใหญ่ กีต้าร์ที่ออกมาจากโรงงานหรือผู้ผลิต มักจะปรับ Action
สูงกว่าตัวเลขข้างต้นมากพอสมควร ซึ่งเราสามารถปรับลงได้ตามความชอบ
โดยไม่จำเป็นต้องถือตัวเลขที่นำมาอ้างอิงแต่อย่างใด
การขัน หรือหมุน Truss rod นั้น เราจะใช้เหล็ก 6 (wrench)
เหลี่ยมเป็นอุปกรณ์ในการหมุนคอ โดยทั่วไป เวลาที่คุณซื้อกีต้าร์
จะแถมมาให้ แต่ถ้าไม่มี คุณอาจจะต้องไปหาซื้อตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง
หรือในห้างแผนกขายอุปกรณ์ก่อสร้าง/เครื่องมือ, สิ่งที่ต้องระวังในการหมุน Truss rod เพื่อปรับคอคือ ต้องค่อยๆ หมุนที่ละ 1/4 ขยับที่ละนิด ถ้าคุณใจร้อน หมุนรอบมากเกินไป อาจจะทำให้ Truss rod ขาดได้

ในกรณีที่เหล็ก 6 เหลี่ยมสั้นเกินไป จะทำให้เราไม่สามารถจับด้ามเหล็ก เพื่อหมุนได้ วิธีการเพิ่มแรงให้กับการหมุนคือ ต้องหาประแจตัวต่อที่มีด้าม(ตามภาพประกอบ)
เพื่อให้การจับมีความถนัดมือมากขึ้น และยังเป็นการทุ่นแรงหมุนอีกด้วย
แต่ต้องระวังว่า เบอร์ของประแจกับเหล็ก 6 เหลี่อม จะต้องเป็นเบอร์เดียวกัน
โดยปกติแล้ว คอกีต้าร์จะไม่ตรงทีเดียว(100%) หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม?
เพราะขณะที่เราดีดสายกีต้าร์นั้น มันจะมีแรงเหวี่ยง ที่มาจากการแกว่งของสาย
ในขณะที่เราดีด เราจึงจำเป็น ที่จะต้องมีพื้นที่ว่างให้กับแรงเหวี่ยงของสาย สักเล็กน้อย เพื่อเวลาที่สายมันแกว่ง จะได้ไม่ไปกระแทกเข้ากับ Fret หากถ้าไปกระทบกันเมื่อไร ก็จะมีเสียงไม่พึงประสงค์ออกมาให้เรารำคาญใจ

ซึ่งเสียงนั้นเราเรียกมันว่า เป็นอาการของ "fret buzz" ที่เราเรียกกันติดปากว่า
"สายมันบัส!" ก็เนื่องจากเหตุนี้ล่ะ เราจึงจะต้องให้ความสำคัญในการจัดคอกีต้าร์


 
จำไว้อย่างหนึ่งว่า ไม่ต้องผ่อนหรือคลายสายกีต้าร์ในขณะที่ทำการหมุน Truss Rod ตั้งสายให้ตรงปรกติ เพราะว่าหากคลายสาย
สภาพคอจะเปลี่ยนไป คือไม่ใช้สภาพแท้จริงที่มีปัญหา ดังนั้น ไม่ต้องผ่อนสายกีต้าร์ครับ
   

"วิธีการปรับ หรือหมุน Truss rod และผลลัพธ์ที่ได้"

ลักษณะของ Truss rod ในแนวตรง
หาก Truss rod ตรงมากเท่าไร คอกีต้าร์ก็จะยิ่งตรงมากเท่านั้น

 

ลักษณะของ Truss rod ที่โค้ง หรือแอ่นขึ้น
หาก Truss rod ถูกหมุนจากซ้ายไปขวา
(ตามเข็มนาฬิกา-clockwise)
คอกีต้าร์ก็จะตรึงขึ้น ผลคือ จะทำให้ "คอแอน" หรือ "คอโค้ง" ขึ้น
ผลของการปรับ Truss rod ในลักษณะนี้ จะทำให้การเล่นของนิ้วมือซ้ายง่ายขึ้น เนื่องจากคอแอนเข้ารับกับสาย
โดยเฉพาะช่วงกลางคอ คือ Action หรือระยะความสูงของสาย=ต่ำ (Low)

 

ลักษณะของ Truss rod ที่งอ หรืออาการตกท้องช้าง
หาก Truss rod ถูกหมุนจากขวาไปซ้าย
(ตรงข้ามกลับเข็มนาฬิกา-counterclockwise)
คอกีตาร์จะหย่อนลงเราอาจจะเรียกอาการนี่ว่า "คองอ"
ผลของการปรับ Truss rod ในลักษณะนี้ จะทำให้การเล่นของนิ้วมือซ้ายยากขึ้น
โดยเฉพาะช่วงกลางคอเนื่องจากคอโค้งออกจากสาย
เราอาจจะเรียกอาการนี่ว่า "ตกท้องช้าง" คือ Action หรือระยะความสูงของสาย=สูง (High)

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การหมุน truss rod เพื่อปรับคอกีต้าร์นั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดคอกีต้าร์ให้ตรงอย่าง 100%
ซึ่งหมายความว่า เราควรจะจัดคอกีต้าร์ให้มีความงอของคอ สักเล็กน้อย เพื่อให้มี neck relief หรือช่องว่างระหว่างสายกับ fret
เพราะหากเรา Action ต่ำมาก แต่ไม่มีการปรับคอกีต้าร์ เพื่อหา neck relief ให้กับคอกีต้าร์ ผลกระทบที่อาจจะตามมาก็คือ
กีต้าร์เกิดอาการ Fret Buzz! หรือเสียงบัส (สายกระแทกเฟร็ต)

 

"Truss rod Gap" ช่องว่างระหว่างเฟร็ตกับสาย
โดยทั่วไป neck relief จะมีความสูงที่ 0.25-0.50mm ใน Fret ที่ 6-7 และจะมีความสูงที่ 0.30-0.50mm ใน Fret 8 โดยประมาณ

 

ถ้าไม่มีอะไรวัด ก็ลองใช้นามบัตร หรือพวกบัตร ATM เพื่อประมาณระดับที่ต้องการได้
อย่างตัวอย่างข้างต้นนี้ เมื่อเอาบัตร ATM สอดเข้าไปใน fret 8th จะพอดี ซึ่งเป็น neck relief ที่ต้องการพอดี

 
ช่องว่าง หรือระยะความสูง จะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่าชอบระยะที่เท่าไร และที่สำคัญ คือสไตล์การเล่นของผู้เล่นด้วย เช่น
ผู้เล่นในแบบ Bluegrass จะชอบให้มี neck relief มากสักหน่อย เพราะการเล่นรูปแบบนี้ จะเล่นด้วยน้ำหนักที่มาก
แต่สำหรับผู้เล่นในรูปแบ finger picking อาจจะชอบให้มี neck relief น้อย เพื่อความคล่องตัวในการวางนิ้วมือซ้าย เป็นต้น
สรุปว่า เล่นหนักควรตั้งให้มี neck relief มาก แต่ถ้าเล่นเบา ก็ควรมี neck relief น้อย

ถ้าคอตรงแบบ 100% แล้วปรับ Action ต่ำ จะส่งผลให้เกิดอาการสายตีเฟร็ตได้ง่าย หรืออาการ Fret Buzz เราจึงต้องปรับ Truss rod เพื่อจัด
Neck Relief ให้เหมาะสม

- ถ้าเราตั้ง neck relief มากเกินไป (ลักษณะคอจะงอตกท้องช้าง)
ช่องว่างระหว่างสายกับเฟร็ต ก็มีมาก นั่นหมายถึงว่า เราก็จะต้องเพิ่มแรงกดนิ้วมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงกลางคอ

- ถ้าเราตั้ง neck relief น้อย (ลักษณะคอจะแอ่น/โค้ง)
แม้จะทำให้เราเล่นได้สบายมือสบายนิ้วมากขึ้น แต่ก็อาจจะเกิด fret buzz ได้

เมื่อเราขัน Truss rod กระทั่งได้ระยะความสูง (Action) และ Neck relief ที่ต้องการ (โดยอาจจะอ้างอิงจากระยะความสูงข้างต้น
ที่กล่าวมาก็ได้) ถึงตรงนี้ ถ้าเราจะพอใจกับระยะความสูง(action) โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรต่อไปอีก เป็นอันจบขั้นตอน

หากเมื่อได้ลองเล่นดูแล้ว ยังรู้สึกว่า Action ในตำแหน่งที่ลึกเข้ามา เช่น ช่วงตำแหน่ง Fret 10 หรือ Fret 12 ยังสูงอีกเล็กน้อย
เราอาจจะต้องมาแก้ปัญหา ผ่านกระบวนการปรับ "Saddle" ซึ่งอาจจะสูงเกินไป จึงทำให้การปรับ truss rod แก้ปัญหาได้ไม่หมด

ดังนั้น เราจึงต้องมาแก้ปัญหาเรื่องระยะความสูงกันต่อ ด้วยวิธีการปรับ "saddle" ด้วยวิธีการ "ขัด" หรืออาจจะเรียกว่า "ฝน"
 
ก่อนอื่นต้องคลาย และถอดสายบริเวณ Bridge Pin ออกก่อน
 
ดึง saddle ออกมา เพื่อทำการขัด หรือฝน เพื่อให้มันต่ำลง

ในขั้นตอนนี้เราต้องทำเครื่องหมาย เพื่อกำหนดระดับของการขัด หรือฝน
อาจจะใช้ดินสอ Mark ไว้ ด้วยวิธีขีดเส้นลากยาว ณ บริเวณใต้ฐานของ saddle,
เริ่มขัด saddle ให้ต่ำลงทีละนิด

และควรทำเครื่องหมาย (Mark) ที่ saddle ไว้ด้วยว่า
มุมใดของ saddle คือสาย 1 (E string high)
มุมใดของ saddle คือสาย 6 (E string low)
(ตามภาพประกอบด้านล่าง)


ขั้นตอนการขัดหรือฝน saddle นั้น แนะนำให้เลือกใช้กระดาษทรายเบอร์ 1000
ซึ่งเป็นแบบละเอียด เพื่อความละเอียด และความสวยงามของงาน เวลาฝนลงบน saddle ผิวจะเรียบสนิท

ขณะเวลาขัดหรือฝน saddle ให้จับตัว saddle ให้ตั้งฉากไปในแนวนอนระนาบกับกระดาษทราย สไลด์เดินไปข้างหน้าและกลับหลัง ในทิศทางเดียวกัน ด้วยจังหวะกลางๆ
เพื่อให้ผิว saddle สัมผัสกับพื้นกระดาษทราย อย่างทั่วถึงกัน

พยายามสังเกต make ที่เราได้ทำไว้ที่ฐาน saddle ว่ากระดาษทรายกินผิว saddle
ทั่วทั้งหน้าหรือไม่ เพื่อป้องการไม่ให้เกิดความผิดพลาดในกรณีที่ผิวหน้า saddle
อาจจะไม่เรียบ เพราะหากผิวหน้า saddle ไม่เสมอกันหรือ ไม่เรียบ หรือเป็นลักษณะคลื่น
จะส่งผลต่อเสียง อาจจะทำให้เสียงแต่ละสายดังไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังให้มาก

ให้ข้อสังเกตอีกอีกนิดว่า หากในกรณีที่จะต้องขัดผิวหน้า saddle ออกมาก
เนื่องจาก saddle มีความสูงมากนั้น เราอาจจะใช้กระดาษทรายเบอร์เล็กกว่า 1000
(เบอร์หยาบ) มาใช้ขัดหรือฝนนำไปก่อน พอขัดหรือฝนลงได้ในระดับที่ใกล้ๆ
กับตำแหน่งที่เราทำ make ไว้ จึงจะใช้กระดาษทรายเบอร์ 1000 เป็นลำดับต่อไป
(เพื่อความรวดเร็วและประหยัดเวลา)

หลังจากที่เราได้ขัด saddle ต่ำมาถึงระยะที่เรา make ไว้แล้ว ก็ให้ใส่กลับเข้าไป ขึ้นสาย
แล้วลองเล่น...

หากเข้ามือดี มีความคล่องตัวดี นั่นก็น่าจะหมายถึงว่า เป็น action ที่ดีที่สุด
(สำหรับคุณ) แล้ว
 
   
จงตระหนักไว้ว่า Action ที่ดีที่สุดคือ
Action ที่ทำให้การเล่นของคุณ มีความคล่องของนิ้วมือ
ที่เคลื่อนไหวตามจังหวะนั้นๆ ได้ดีที่สุด
Action ที่ไม่ทำให้คุณรู้สึกว่า เจ็บนิ้ว หรือปวดข้อมือ
สูตรที่ตั้งไว้ต่อไปนี้ เป็นเพียงแนวทาง ในการปรับ Action:
สาย 1 = 5/64" ประมาณ 2 mm
สาย 6 = 7/64" ประมาณ 2.8 mm

ที่ต้องบอกว่าเป็นเพียงแนวทาง...
ก็เพราะต้องการให้คุณได้เกิดการเรียนรู้(มากกว่าcopy)
และพยายามสังเกตกับตัวเองว่า คุณถนัด หรือชอบ Action แบบไหน?
ระยะใด? เพื่อคุณจะได้พบกับ Action ที่ดี ที่สุดสำหรับการเล่นของคุณ


 
สำหรับกีต้าร์บางตัวที่มีอายุมาก (อาจเกิน 20 ปีขึ้นไป) หรือมีหลักการเก็บรักษาไม่ถูกต้อง
เช่น ในส่วนของ TOP-BOARD หรือ SOUND-BOARD มีอาการท้องป่อง หรือบวม จะส่งผลให้ Action บริเวณช่วง Fret 10-12 เป็นต้นไป
มีความสูงมาก อาจจะต้องแก้ไขโดยวิธีขัด Bridge, หรืออาจะถอดคอ (Neck) ออกมา เพื่อแต่งคอใหม่ (ซึ่งอาจจะได้เขียนถึงต่อไป)

อาการบางอย่าง หากหนักเกินกว่าที่เราจะทำได้ เนื่องจากไม่มีความชำนาญ หรืออาจจะไม่มีเครื่องมือ แนะนำว่า ควรจะส่งให้ผู้ที่มีความ
เชี่ยวชาญ หรือช่างซ้อม เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขต่อไป

หลักการคิด: ระยะความสูงระหว่างสายกีต้าร์กับ Fret นั้น ไม่มีสูตรที่ตายตัว ที่สำคัญ ที่สุดคือ คุณชอบ และถนัด!

เรียบเรียงโดย : ทีมงานอะคูสติกไทย
สงวนสิทธิ์เนื้อหาบนเวบไซด์ กรุณาแจ้งกับทีมงานอะคูสติกไทยก่อนนำไปเผยแพร่
 
 
 

Follow us: | 108s Acoustic | Facebook/acousticthai.net | Youtube.com/Acousticthai |

All site content copyright © Acousticthai.Net since 2006
สงวนสิทธิ์เนื้อหาบนเวบไซด์ กรุณาแจ้งกับทีมงานอะคูสติกไทย ก่อนนำไปเผยแพร่
สนใจลงโฆษณาสินค้า และบริการ ติดต่อเวบมาสเตอร์ อะคูสติกไทย โทร. 083-189-6789